หนังสือบริคณห์สนธิ

หนังสือบริคณห์สนธิ
และข้อบังคับของบริษัท ขนส่ง จำกัด
THE TRANSPORT COMPANY LIMITED
(ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2527, 2548 และ 2550)


ข้อบังคับ
ของ
บริษัท ขนส่ง จำกัด
(ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๒๗, ๒๕๔๘, ๒๕๕๐ และ ๒๕๕๔)

 

๑. โดยมติพิเศษที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ ๑/๒๕๒๗ เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๗ และ ครั้งที่ ๒/๒๕๒๗ เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๒๗
๒. โดยมติพิเศษที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ๒๕๔๘ เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๔๘ และมติพิเศษที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ ๑/๒๕๔๘ เมื่อวันจันทร์ที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๔๘
๓. โดยมติพิเศษที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ ๑/๒๕๕๐ เมื่อวันพุธที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๐ และ มติพิเศษที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ ๒/๒๕๕๐ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
๔. โดยมติพิเศษที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ๒๕๕๔ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๔


หนังสือบริคณห์สนธิ
ของ
บริษัท ขนส่ง จำกัด



ข้าพเจ้าผู้มีนามบ่งไว้ข้างท้ายนี้พร้อมใจกันเริ่มการตั้งบริษัท จำกัด จึงเข้าชื่อกันทำหนังสือบริคณห์สนธิมีเนื้อความต่อไปนี้
ข้อ ๑. บริษัทนี้ให้ชื่อว่าบริษัท ขนส่ง จำกัด เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า เดอะแทรนสปอร์ต กำปะนี ลิมิเต็ดและเขียนเป็นหนังสืออังกฤษว่า The Transport Company Ltd.
ข้อ ๒. สำนักงานของบริษัทจะตั้ง ณ ตู้ไปรษณีย์ที่ ๕๕ ในกรุงเทพฯ
ข้อ ๓. บริษัทนี้เป็นไทย อยู่ใต้บังคับกฎหมายไทยและใต้อำนาจศาลสยาม
ข้อ ๔. วัตถุประสงค์ของบริษัทคือ
    (๑) รับทำการขนส่งโดยทั่วไป
    (๒) เป็นเจ้าของ สร้าง ซื้อ ขาย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ หรือในทางใดทางหนึ่ง จัดหามาหรือจำหน่ายไปซึ่งยาพาหนะทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ อีกทั้งทรัพย์สินอื่นๆ ที่เกี่ยวกับกิจการของบริษัท เช่น ที่ดิน อาคาร สถานีเดินรถ สถานีขนส่ง อู่เรือ ท่าเรือ โรงซ่อม ฯลฯ ตลอดจนรับจ้างทำการซ่อมแซมเครื่องจักรกล เครื่องยนต์ ต่อตัวถังรถยนต์ต่างๆ ด้วย

    (๓) ทำการค้าขายเกี่ยวกับบรรดาสรรพสิ่งของทั้งหลายรวมทั้งวัตถุที่เป็นสินค้า และไม่ใช่สินค้า
    (๔) ตั้งสาขา ตั้งตัวแทน ตั้งนายหน้า รับเป็นตัวแทน รับเป็นนายหน้า ในกิจการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
    (๕) รวมการงาน หรือสมทบกับบุคคล หรือนิติบุคคลเพื่อประโยชน์แห่งการงานของบริษัทฯ รวมทั้งการเข้าหุ้นส่วนหรือถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทใดๆ
    (๖) เข้าค้ำประกันบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นโดยใช้หลักทรัพย์เป็นประกันในการค้ำประกันด้วยหรือไม่ก็ได้
    (๗) กู้ ให้ยืมเงิน จำนำ รับจำนำสังหาริมทรัพย์ จำนอง รับจำนองอสังหาริมทรัพย์ เพื่อประโยชน์แก่กิจการค้าของบริษัทฯ หรือเพื่อสวัสดิการของพนักงานบริษัทเท่านั้น
    (๘) ทำการอื่นๆ ซึ่งสนับสนุนหรือเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของบริษัทดังกล่าวแล้วตามแต่จะ ได้เป็นการเกิดผลประโยชน์ประการใดแก่บริษัท รวมทั้งการเกษตรกรรม ตั้งห้างร้านขายส่ง หรือขายปลีกด้วย
    ๙) จัดตั้งและดำเนินการสถานตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก เพื่อตรวจสภาพรถตามกฏหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และหรือตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
ข้อ ๕. ผู้ถือหุ้นจำต้องออกสินใช้แต่เพียงจำกัดจำนวนเงินค่าหุ้นที่ตนถือ
ข้อ ๖. ทุนของบริษัทนี้กำหนดไว้เป็นจำนวน ๖๔,๐๑๐,๐๐๐ บาท (หกสิบสี่ล้านหนึ่งหมื่นบาท)
ข้อ ๗. ทุนของบริษัทแบ่งออกเป็น ๖๔๐,๑๐๐ หุ้น (หกแสนสี่หมื่นหนึ่งร้อยหุ้น) มีมูลค่าหุ้นละ ๑๐๐ บาท (หนึ่งร้อยบาท)
ข้อ ๘. รายนาม สำนักอาศัย และอาชีวะของผู้เริ่มการตั้งบริษัท จำนวนหุ้นซึ่งผู้เริ่มการตั้งบริษัทต่างคนจองไว้ และลายมือเซ็นนามผู้เริ่มการตั้งบริษัท ดังต่อไปนี้
    (๑) นาม นายอี.รอนเลซ (E.Ronlez) ที่อยู่ถนนสาธร จังหวัดพระนคร กรุงเทพฯ หาเลี้ยงชีพค้าขาย จองหุ้นไว้ ๑ หุ้น (หนึ่ง) ลายมือเซ็นนาม E.Ronlez
    (๒) นาม พระยาเชาวนานุสถิติ (เชาวน์ อินทุเกตุ) ที่อยู่ ๑๔๙๖ ถนนรองเมือง จังหวัด พระนคร กรุงเทพฯ หาเลี้ยงชีพรับราชการ จองหุ้นไว้ ๑ หุ้น (หนึ่ง) ลายมือเซ็นนาม พระยาเชาวนานุสถิติ
    (๓) นาม พระยาภิรมย์ภักดี (บุญรอด เศรษฐบุตร์) ที่อยู่ ๔๒๖๒ วัดบพิตรพิมุข จังหวัด พระนคร กรุงเทพฯ หาเลี้ยงชีพค้าขาย จองหุ้นไว้ ๑ หุ้น (หนึ่ง) ลายมือเซ็นนาม พระยาภิรมย์ภักดี
    (๔) นาม พระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร์) ที่อยู่ ๔ ถนนเจริญกรุง จังหวัดพระนคร กรุงเทพฯ หาเลี้ยงชีพค้าขาย จองหุ้นไว้ ๑ หุ้น (หนึ่ง) ลายมือเซ็นนาม พระยาภักดีนรเศรษฐ
    (๕) นาม นายออตโต เปรกเกอร์ (Otto Pracger) ที่อยู่ ถนนสาธร จังหวัดพระนคร กรุงเทพฯ หาเลี้ยงชีพค้าขาย จองหุ้นไว้ ๑ หุ้น (หนึ่ง) ลายมือเซ็นนาม Otto Pracger
    (๖) นาม นาเอช.ยี.โมโนด์ (H.G.Monod) ที่อยู่ ตรอกกัปตันบุช จังหวัดพระนคร กรุงเทพฯ หาเลี้ยงชีพค้าขาย จองหุ้นไว้ ๑ หุ้น (หนึ่ง) ลายมือเซ็นนาม H.G.Monod
    (๗) นาย นายกิมพงษ์ ทองธัช ที่อยู่ ถนนสุริวงศ์ จังหวัดพระนคร กรุงเทพฯ หาเลี้ยงชีพค้าขาย จองหุ้นไว้ ๑ หุ้น (หนึ่ง) ลายมือเซ็นนาม นายกิมพงษ์ ทองธัช
ทำ ณ กรุงเทพฯ วันที่ ๓ กรกฎาคม พระพุทธศักราช ๒๔๗๓

หมายเหตุของพยาน
ข้าพเจ้า พระเสถียรฐาปนกิตย์ (ดวง บุญนาค) ตั้งบ้านเรือนอยู่ ๑๖๔ ถนนกรุงเกษม จังหวัดพระนคร กรุงเทพฯ และพระสารนิติปรีชา (เต็ก บุญยะปานะ) ตั้งบ้านเรือนอยู่ ๖๕ ค. ถนนสาธร จังหวัดพระนคร กรุงเทพฯ ยืนยันว่าผู้เริ่มการตั้งบริษัททั้ง ๗ นายที่กล่าวนามข้างต้นไว้ลงลายมือเซ็นนามต่อหน้าข้าพเจ้า
(ลงนาม) พระเสถียรฐาปนกิจ พยาน
(ลงนาม) พระสารนิติปรีชา พยาน


หมวด 1
ข้อความทั่วไป



ข้อ ๑. นามของบริษัทนี้เรียกว่า บริษัท ขนส่ง จำกัด และเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า THE TRANSPORT COMPANY LIMITED
ข้อ ๒. สำนักงานใหญ่ของบริษัทที่ได้จดทะเบียนแล้วตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
ข้อ ๓. บริษัทนี้เป็นบริษัทที่ได้ตั้งขึ้น โดยบริษัท ขนส่ง จำกัด และบริษัท เรือไทย จำกัด ได้ควบเข้าด้วยกัน
ข้อ ๔. วัตถุประสงค์ของบริษัทคือ
    (๑) รับทำการขนส่งโดยทั่วไป
    (๒) เป็นเจ้าของ สร้าง ซื้อ ขาย เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ หรือ ในทางใดทางหนึ่ง จัดหามา หรือจำหน่ายไป ซึ่งยานพาหนะทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ อีกทั้งทรัพย์สินอื่นๆ ที่เกี่ยวกับกิจการของบริษัท เช่น ที่ดิน อาคาร สถานีเดินรถ สถานีขนส่ง อู่เรือ ท่าเรือ โรงซ่อม ฯลฯ ตลอดจนรับจ้างทำการซ่อมเครื่องจักรกล เครื่องยนต์ ต่อตัวถังรถยนต์ต่างๆ ด้วย
    (๓) ทำการค้าขายเกี่ยวกับบรรดาสรรพสิ่งของทั้งหลายรวมทั้งวัตถุที่เป็นสินค้า และไม่ใช่สินค้า
    (๔) ตั้งสาขา ตั้งตัวแทน ตั้งนายหน้า รับเป็นตัวแทน รับเป็นนายหน้า ในกิจการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
    (๕) รวมการงาน หรือสมทบกับบุคคล หรือนิติบุคคลเพื่อประโยชน์แห่งการงานของบริษัทรวมทั้งการเข้าหุ้นส่วนหรือ ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทใดๆ
    (๖) เข้าค้ำประกันบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นโดยใช้หลักทรัพย์เป็นประกันในการค้ำ ประกันด้วยหรือไม่ก็ได้
    (๗) กู้ ให้ยืมเงิน จำนำ รับจำนำสังหาริมทรัพย์ จำนอง รับจำนองอสังหาริมทรัพย์ เพื่อประโยชน์แก่กิจการค้าของบริษัทฯ หรือเพื่อสวัสดิการของพนักงานบริษัทเท่านั้น
    (๘) ทำการอื่นๆ ซึ่งสนับสนุนหรือเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของบริษัทดังกล่าวแล้วตามแต่จะ ได้เป็นการเกิดผลประโยชน์ประการใดแก่บริษัท รวมทั้งการเกษตรกรรม ตั้งห้างร้านขายส่ง หรือขายปลีกด้วย
    (๙) จัดตั้งและดำเนินการสถานตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก เพื่อตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และหรือตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
ข้อ ๕. ทุนของบริษัทที่รวมกันเป็นจำนวน ๖๔,๐๑๐,๐๐๐ บาท (หกสิบสี่ล้านหนึ่งหมื่นบาทถ้วน) แบ่งออกเป็น ๖๔๐,๑๐๐ หุ้น (หกแสนสี่หมื่นหนึ่งร้อยหุ้น) มีมูลค่าหุ้นละ ๑๐๐ บาท (หนึ่งร้อยบาท) ชำระเงินเต็มค่าแล้ว
ข้อ ๖. ทุนของบริษัทอาจเพิ่มหรือลดก็ได้โดยมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น
ข้อ ๗. บริษัทอาจเพิ่มทุนของบริษัทขึ้นได้ด้วยออกหุ้นใหม่และหุ้นที่ออกใหม่นั้น ต้องบอกขายแก่ผู้ถือหุ้นเก่าตามส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นนั้นๆ ถืออยู่
ข้อ ๘. หุ้นที่ออกใหม่จะต้องเรียกให้ใช้เป็นตัวเงิน ถ้าบริษัทจะออกหุ้นใหม่โดยไม่เรียกให้ใช้เป็นตัวเงินหรือได้ใช้แต่บางส่วน แล้วด้วยอย่างอื่นนอกจากให้ใช้เป็นตัวเงิน การออกหุ้นใหม่เช่นนั้นจะต้องมีมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุญาตไว้
ข้อ ๙. บริษัทจะลดทุนของบริษัทลงด้วยลดมูลค่าหุ้นแต่ละหุ้นให้ต่ำลงหรือลดจำนวนหุ้น ให้น้อยลงโดยมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้นก็ได้ แต่ทุนของบริษัทนั้นจะลดลงไปให้ถึงต่ำกว่าจำนวนหนึ่งในสี่ของทุนทั้งหมดหา ได้ไม่

หมวด 2
หุ้นและผู้ถือหุ้น



ข้อ ๑๐. หุ้นของบริษัทเป็นหุ้นสามัญชนิดระบุชื่อผู้ถือหุ้นในใบหุ้น และต้องชำระเงินเต็มมูลค่าหุ้นนั้นเว้นไว้แต่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะมีมติ พิเศษให้ออกหุ้นชนิดอื่น
ข้อ ๑๑. บริษัทจะถือว่าผู้ปรากฎชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้นเท่านั้นเป็นเจ้าของหุ้นโดย เด็ดขาด และจะไม่ยอมรับรู้ว่ามีบุคคลอื่นมีสิทธิ์หรือประโยชน์ได้เสียในหุ้นนั้นๆ ด้วย เว้นไว้แต่จะจะแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของผู้รับโอนนั้นลงในทะเบียนผู้ ถือหุ้น
ข้อ ๑๒. หุ้นนั้นจะแบ่งแยกไม่ได้ เมื่อมีบุคคลตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไปถือหุ้นหุ้นเดียวร่วมกัน ต้องตั้งคนใดคนหนึ่งในจำนวนนั้นแต่คนเดียวเป็นผู้ใช้สิทธิในฐานเป็นผู้ถือ หุ้น แต่บุคคลทั้งหลายซึ่งถือหุ้นหุ้นเดียวร่วมกันนั้น ต้องร่วมกันรับผิดชอบต่อบริษัทในการส่งใช้มูลค่าของหุ้น
ข้อ ๑๓. การใช้เงินมูลค่าหุ้น ผู้ถือหุ้นจะใช้โดยวิธีหักหนี้กับบริษัทไม่ได้
ข้อ ๑๔. บริษัทจะออกใบหุ้นฉบับเดียวหรือหลายฉบับให้แก่ผู้ถือหุ้นไว้เป็นสำคัญ ผู้ถือหุ้นจะต้องเสียค่าธรรมเนียมใบหุ้นฉบับละ ๕๐ สตางค์ ให้แก่บริษัทพร้อมทั้งอากรแสตมป์ที่จะต้องปิดที่ใบหุ้นนั้นด้วย ในใบหุ้นทุกฉบับให้ประธานกรรมการและผู้จัดการลงลายมือชื่อ และประทับตราของบริษัทเป็นสำคัญ
ข้อ ๑๕. ใบหุ้นฉบับใดชำรุดหรือลบเลือน คณะกรรมการจะออกใบหุ้นใหม่ให้เมื่อผู้ถือหุ้นมีคำร้องและคืนใบหุ้นเก่าให้ บริษัท ใบหุ้นฉบับใดสูญหาย เมื่อผู้ถือหุ้นร้องขอให้ออกใบหุ้นใหม่แทนใบหุ้นที่สูญหายไปก่อน ผู้ถือหุ้นนั้นจะต้องแสดงหลักฐานให้เป็นที่พอใจของคณะกรรมการในเหตุที่ใบ หุ้นสูญหายไปก่อน ทั้งจะต้องจัดการตามที่คณะกรรมการต้องการให้กระทำเพื่อความมั่นคงในการที่ บริษัทจะออกใบหุ้นใหม่ได้ โดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเองในการนั้น
ข้อ ๑๖. บริษัทมีบุริมสิทธิ์เหนือหุ้นทั้งหลายของผู้ถือหุ้นที่เป็นลูกหนี้บริษัท รวมทั้งเงินปันผลและดอกเบี้ยหรือเงินโบนัสในหุ้นนั้นซึ่งบริษัทมีสิทธิ์จะ ยึดเอาใช้หนี้บริษัทได้ก่อนเจ้าหนี้อื่นๆ ของผู้ถือหุ้น
ข้อ ๑๗. บรรดาเงินค่าหุ้นซึ่งจะต้องส่งอีกนั้น เมื่อที่ประชุมใหญ่อนุมัติแล้ว คณะกรรมการจะเรียกให้ผู้ถือหุ้นส่งใช้เมื่อใดก็ได้
ข้อ ๑๘. การเรียกเงินค่าหุ้นแต่ละคราว จะต้องส่งคำบอกกล่าวล่วงหน้าไปยังผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่ายี่สิบเอ็ดวันด้วย จดหมายลงทะเบียนไปรษณีย์ แจ้งให้ทราบว่าจะต้องชำระเงินเท่าใดแก่ผู้ใด ณ สถานที่ใด เวลาใด และผู้ถือหุ้นจะต้องชำระเงินตามกำหนด ถ้าผู้ถือหุ้นไม่ชำระเงินตามที่กำหนด ผู้นั้นจะต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันที่กำหนดให้ชำระจนถึงวันที่ได้ชำระเสร็จ ดอกเบี้ยจะต้องเสียร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีและเศษของเดือนคิดเป็นหนึ่งเดือน
ข้อ ๑๙. ผู้ถือหุ้นไม่ชำระเงินตามกำหนดที่ได้แจ้งไปนั้น คณะกรรมการจะส่งคำบอกกล่าวด้วยจดหมายลงทะเบียนไปรษณีย์เตือนไปยังผู้นั้นให้ ชำระเงินค่าหุ้นที่ค้างกับดอกเบี้ยที่จะต้องเสียโดยกำหนดเวลาพอสมควรเพื่อ ให้ชำระเงินนั้นทั้งดอกเบี้ย ณ สถานที่ใด และแจ้งไปด้วยว่าถ้าไม่ชำระเงินตามคำเตือนนี้ หุ้นนั้นอาจจะถูกริบได้
ข้อ ๒๐. ถ้าผู้ถือหุ้นไม่ส่งเงินค่าหุ้นกับดอกเบี้ยตามที่ได้เตือนไป คณะกรรมการจะบอกริบหุ้นนั้นเมื่อใดก็ได้
ข้อ ๒๑. หุ้นซึ่งริบนั้นให้เอาออกขายทอดตลาดโดยไม่ชักช้า ได้เงินเท่าใดให้เอาหักค่าใช้จ่ายในการขายทอดตลาด แล้วหักใช้เงินค่าหุ้นที่เรียกกับดอกเบี้ยที่ค้างชำระ ถ้ายังมีเงินเหลือเท่าใดก็ให้คืนแก่ผู้ถือหุ้นนั้น
ข้อ ๒๒. หากว่าการริบหุ้นก็ดี ขายหุ้นก็ดี จะไม่ถูกต้องด้วยระเบียบก็ดี ไม่เป็นเหตุให้สิทธิ์ของผู้ซื้อหุ้นซึ่งถูกริบนั้นเสื่อมเสียไปด้วย
ข้อ ๒๓. บริษัทจะเป็นเจ้าของถือหุ้นของตนเองหรือรับจำนำหุ้นของตนเองไม่ได้


หมวด 3
การโอนหุ้น



ข้อ ๒๔. การโอนหุ้นจะต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน ลงเลขหมายหุ้น และจำนวนหุ้นที่โอน และมีพยานสองคนลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอนยื่นต่อ บริษัท พร้อมทั้งส่งใบหุ้นที่โอนกันนั้นมาด้วย การโอนหุ้นยังไม่สมบูรณ์จนกว่าบริษัทจะได้ลงทะเบียนการโอนนั้นในทะเบียนผู้ ถือหุ้นของบริษัท
ข้อ ๒๕. หุ้นรายใดเงินค่าหุ้นที่เรียกยังค้างชำระอยู่ก็ดี ผู้ถือหุ้นเป็นลูกหนี้บริษัทอยู่ก็ดี ผู้รับโอนเป็นผู้ที่บริษัทเห็นว่าเป็นผู้ไม่สมควรจะให้รับโอนหุ้นก็ดี คณะกรรมการจะไม่ยอมรับจดทะเบียนการโอนหุ้นให้โดยไม่ต้องแสดงเหตุผลประการใด
ข้อ ๒๖. ในระหว่างสิบสี่วันก่อนวันประชุมใหญ่สามัญ บริษัทจะปิดสมุดทะเบียนไม่ยอมรับการโอนหุ้น
ข้อ ๒๗. ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นตายหรือล้มละลายหรือตกเป็นผู้ไร้ความสามารถหรือเสมือน ผู้ไร้ความสามารถ ผู้ใดอ้างว่ามีสิทธิ์ที่จะได้หุ้นนั้นหรือจะเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นนั้น จะต้องนำหลักฐานอันสมควรมาแสดง และนำใบหุ้นมาคืนเมื่อเป็นวิสัยจะทำได้ และบุคคลนั้นอาจจะเลือกให้ลงทะเบียนตนเองเป็นผู้ถือหุ้นต่อไปหรือจะให้ลง ทะเบียนบุคคลอื่นเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นเดินก็ได้ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาเห็นเป็นการสมควรแล้วก็จะลงทะเบียนตามที่ผู้นั้น ประสงค์
ข้อ ๒๘. บริษัทจะมีสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นตามรายการที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นหลักฐานและ รักษาไว้ ณ สำนักงานของบริษัทที่ได้จดทะเบียนไว้ สมุดจดทะเบียนผู้ถือหุ้นจะเปิดให้ผู้ถือหุ้นทั้งหลายดูได้ในระหว่างเวลาทำ การของบริษัทโดยไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด
ข้อ ๒๙. สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นพยานหลักฐานอันถูกต้อง


หมวด 4
กรรมการ



ข้อ ๓๐. ให้มีกรรมการหนึ่งคณะเป็นผู้ควบคุมการดำเนินกิจการของบริษัทและอยู่ในความควบคุมของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น
ข้อ ๓๑. คณะกรรมการต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า ๕ คนและไม่เกิน ๑๑ คน โดยให้ผู้จัดการใหญ่เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
ข้อ ๓๒. ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ
ข้อ ๓๓. กรรมการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
    (๑) มีสัญชาติไทย
    (๒) มีอายุไม่เกินหกสิบห้าปีบริบูรณ์
    (๓) มีคุณวุฒิและประสบการณ์เหมาะสมกับกิจการของบริษัท
    (๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
    (๕) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
    (๖) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
    (๗) ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำ รวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
    (๘) ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
    (๙) ไม่เป็นข้าราชการการเมือง เว้นแต่เป็นการดำรงตำแหน่งกรรมการตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
    (๑๐) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง
    (๑๑) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงานเพราะทุจริตต่อหน้าที่
    (๑๒) ไม่เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท หรือผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลที่บริษัทถือหุ้นอยู่
    (๑๓) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดในนิติบุคคลที่บริษัทเป็นผู้ถือหุ้นเว้นแต่คณะ กรรมการมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นในนิติบุคคลที่บริษัทเป็นผู้ถือหุ้น
    (๑๔) ไม่เป็นกรรมการ หรือผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือมีส่วนได้เสียในนิติบุคคล ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานผู้ร่วมทุน หรือมีประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องกับกิจการของบริษัท เว้นแต่เป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้บริหารโดยการมอบหมายของบริษัท
        ความ ใน (๑) มิให้ใช้บังคับแก่กรรมการชาวต่างประเทศที่บริษัทจำเป็นต้องแต่งตั้งตามข้อ ผูกพันหรือตามลักษณะกิจการของบริษัท
        ความใน (๑๒) มิให้ใช้บังคับแก่กรรมการที่ไม่เป็นข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้าง ที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือน ประจำตำแหน่งของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และกรรมการนั้นถือหุ้นไม่เกินร้อยละศูนย์จุดห้าของทุนชำระแล้วของบริษัท ซึ่งตนเป็นกรรมการ หรือนิติบุคคลที่บริษัทซึ่งตนเป็นกรรมการถือหุ้นอยู่
ข้อ ๓๔. กรรมการจะได้รับบำเหน็จตามจำนวนซึ่งที่ประชุมใหญ่กำหนดให้ เงินบำเหน็จให้แบ่งกันเองระหว่างกรรมการตามที่ได้ตกลงกัน นอกจากนั้นกรรมการจะได้รับค่าพาหนะ ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ได้ใช้จ่ายไปในการปฏิบัติกิจการงานของบริษัท
ข้อ ๓๕. เมื่อมีการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกภายหลังแต่จดทะเบียนแล้วและมีการประชุม ใหญ่สามัญครั้งแรกในปีทุกปีต่อไป กรรมการต้องออกจากตำแหน่งโดยจำนวนหนึ่งในสามเป็นอัตรา ถ้าจำนวนกรรมการจะแบ่งออกให้ตรงเป็นส่วนสามไม่ได้ ก็ให้ออกเป็นจำนวนที่ใกล้ที่สุดกับจำนวนหนึ่งในสาม
ข้อ ๓๖. กรรมการที่จะต้องออกจากตำแหน่งในปีแรกและปีที่สองภายหลังจดทะเบียนบริษัท แล้ว ถ้ากรรมการมิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้จับสลากกัน ส่วนปีหลังๆ ต่อไปให้กรรมการคนที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดเป็นผู้ต้องออก กรรมการที่ออกจากตำแหน่งจะแต่งตั้งให้เข้ารับตำแหน่งอีกก็ได้
ข้อ ๓๗. ถ้าตำแหน่งกรรมการว่างลงในคณะกรรมการเพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ คณะกรรมการจะเลือกผู้อื่นตั้งขึ้นใหม่ให้เต็มที่ว่างก็ได้ แต่ผู้ที่ได้เป็นกรรมการใหม่นั้นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาที่ กรรมการผู้ออกนั้นชอบจะอยู่ได้
ข้อ ๓๘. ในจำนวนกรรมการแม้ตำแหน่งจะว่างลงบ้าง กรรมการที่มีตัวอยู่ก็ย่อมทำกิจการได้ แต่ถ้าจำนวนกรรมการลดน้อยลงกว่าจำนวนที่กำหนดไว้เป็นองค์ประชุม กรรมการที่มีตัวอยู่ย่อมทำกิจการได้แต่เฉพาะในเรื่องที่จะเพิ่มกรรมการขึ้น ให้ครบจำนวนหรือนัดประชุมใหญ่ของบริษัทเท่านั้น จะกระทำกิจการอื่นไม่ได้
ข้อ ๓๙. กรรมการจะต้องพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
    (๑) ตาย
    (๒) เป็นผู้ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๓๓
    (๓) ขาดจากการประชุมคณะกรรมการติดต่อกัน ๓ ครั้ง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานกรรมการ หรือโดยไม่มีเหตุผลที่สมควร
    (๔) ทำการค้าแข่งขันกับบริษัท ไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อม นอกจากจะได้รับความยินยอมของที่ประชุมใหญ่
    (๕) ที่ประชุมใหญ่ถอดถอน
    (๖) ขอลาออกจากตำแหน่งโดยลายลักษณ์อักษรและคณะกรรมการได้อนุมัติแล้ว แต่ถ้าคณะกรรมการไม่อนุมัติหรือไม่แสดงว่าจะอนุมัติหรือไม่จนเวลาล่วงเลยไป หนึ่งเดือนนับแต่วันยื่นหนังสือลาออก ก็ถือว่าคณะกรรมการได้อนุมัติแล้ว


หมวด 5
ระเบียบการประชุมคณะกรรมการ



ข้อ ๔๐. กรรมการเกินกว่าครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการบริษัทเป็นองค์ประชุมดำเนินกิจการของบริษัท

ข้อ ๔๑. ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งขึ้นเป็นประธานกรรมการและอีกคนหนึ่งเป็น รองประธานกรรมการในที่ประชุมกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุม ให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่แทน แต่ถ้ารองประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมด้วย ก็ให้กรรมการเลือกกันเองคนหนึ่งตั้งขึ้นเป็นประธานในที่ประชุมคราวนั้น
ข้อ ๔๒. ให้มีการประชุมคณะกรรมการโดยปกติอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง แต่คณะกรรมการมีอำนาจจะนัดประชุมกันมากกว่าเดือนละหนึ่งครั้งก็ได้
ข้อ ๔๓. ให้ประธานกรรมการเป็นผู้นัดหมายประชุมคณะกรรมการ แต่ไม่เป็นการตัดสิทธิกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่า ๓ คน จะนัดเรียกประชุมคณะกรรมการเมื่อใดก็ได้
ข้อ ๔๔. ข้อปรึกษาซึ่งเป็นปัญหาในที่ประชุมของคณะกรรมการให้ชี้ขาดตัดสินตามเสียง ข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานกรรมการหรือผู้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมออก เสียงชี้ขาดได้อีกเสียงหนึ่ง
ข้อ ๔๕. คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการจดบันทึกรายงานการประชุมของคณะกรรมการและข้อมติที่ได้ลงมติไปนั้นไว้ให้เป็นหลักฐาน


หมวด 6
อำนาจหน้าที่คณะกรรมการและกรรมการ



ข้อ ๔๖. คณะกรรมการมีอำนาจดำเนินกิจการได้ตามกฎหมายภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์และข้อ บังคับของบริษัทตลอดจนนโยบายของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นที่ได้วางไว้ คณะกรรมการจะตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งให้เป็นผู้จัดการใหญ่บริษัท โดยมอบให้บริหารงานของบริษัทตามข้อบังคับของบริษัทหรือตามคำสั่งหรือระเบียบ ของคณะกรรมการได้
ข้อ ๔๗. กิจการซึ่งกรรมการคนใดคนหนึ่งได้กระทำไป แม้ในภายหลังจะปรากฏว่าการแต่งตั้งกรรมการคนนั้นมีข้อบกพร่องอยู่บ้างก็ดี หรือเป็นผู้บกพร่องด้วยคุณสมบัติหรือองค์คุณควรแก่ตำแหน่งกรรมการก็ดี การที่กรรมการคนนั้นได้ทำไปแล้วย่อมสมบูรณ์ดุจว่ากรรมการผู้นั้นได้รับแต่ง ตั้งโดยถูกต้องและบริบูรณ์ด้วยองค์คุณของกรรมการ
ข้อ ๔๘. นอกจากอำนาจทั้งหลายที่คณะกรรมการมีอยู่ตามกฎหมาย และที่จะดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ของบริษัท คณะกรรมการมีอำนาจดังต่อไปนี้ด้วย
    ก) จ้างพนักงาน คนงาน หรือลงโทษทางวินัย หรือเลิกจ้าง ตลอดจนพิจารณาให้บำเหน็จรางวัลแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง ซึ่งได้ทำงานเป็นประโยชน์ให้แก่บริษัท
    ข) ตั้งตัวแทนหรือทนายสำหรับบริษัททั้งในประเทศไทยและที่อื่น กำหนดอำนาจตัวแทนหรือทนายให้มีอำนาจทำการแทนได้ตามที่เห็นสมควร หรือให้มีอำนาจตั้งตัวแทนช่วงให้ตลอดจนกำหนดอัตราเงินค่าป่วยการ บำเหน็จรางวัล หรือค่าส่วนลดให้แก่ตัวแทนหรือทนายที่ได้ตั้งขึ้นนั้น
    ค) ตั้งบุคคลหนึ่งหรือหลายคนเป็นที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาด้านอื่นๆ ตลอดจนแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะผู้ทำงานฯ ทั้งนี้ให้มีอำนาจกำหนดเงินบำเหน็จรางวัลอันจะพึงได้ตามที่เห็นสมควร
    ง) วางนโยบายเพื่อดำเนินการค้าตามวัตถุประสงค์ของบริษัท
    จ) เจรจาและทำการกู้ยืมเงินจากรัฐบาล องค์การรัฐบาล ธนาคาร สถาบันการเงิน นิติบุคคล หรือบุคคลใดๆ เพื่อมาใช้จ่ายในคราวจำเป็นหรือเพื่อเอามาเป็นทุนในการขยายกิจการของบริษัท
    ฉ) ให้กู้ยืม ค้ำประกัน ทำสัญญา ซื้อขาย จำนำ จำนอง เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ทรัพย์สินของบริษัท เพื่อประโยชน์แก่กิจการค้าตามวัตถุประสงค์ของบริษัท หรือรับจำนำ รับจำนองเพื่อสวัสดิการของพนักงานบริษัทเท่านั้น
    ช) เป็นโจทก์หรือจำเลยในคดีแพ่งหรืออาญา ณ ศาลไทยหรือศาลอื่นอันเกี่ยวแก่กิจการของบริษัท ตลอดจนการมอบคดีให้อนุญาโตตุลาการพิจารณาชี้ขาดในข้อพิพาททั้งปวง
    ซ) กรรมการสองคนมีอำนาจลงนามในสัญญา ตราสาร เอกสารสำคัญแทนบริษัทได้ และต้องประทับตราของบริษัทด้วย
ข้อ ๔๙. กรรมการผู้ใดกระทำการฝ่าฝืน นอกเหนือวัตถุประสงค์หรือข้อบังคับของบริษัทหรือมติของที่ประชุมใหญ่ เป็นเหตุให้บริษัทต้องเสียหาย กรรมการผู้นั้นต้องรับผิดชอบใช้ความเสียหายให้บริษัทเป็นส่วนตัว
 


หมวด 7
ประชุมใหญ่



ข้อ ๕๐. ให้บริษัทจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นปีละหนึ่งครั้งทุกระยะเวลาสิบสองเดือนเพื่อพิจารณากิจการดังต่อไปนี้
ก) รายงานของคณะกรรมการสำหรับงานที่ได้จัดทำมาในปีที่ล่วงมา พร้อมทั้งเสนอความคิดเห็นในการที่จะดำเนินการต่อไปในภายหน้า
ข) พิจารณางบดุล บัญชีกำไรขาดทุนกับรายงานของผู้สอบบัญชีในการตรวจสอบบัญชีของบริษัทสำหรับปีที่ล่วงมา
ค) อนุมัติงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุน
ง) ลงมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผล และเงินบำเหน็จรางวัลตามที่คณะกรรมการให้คำแนะนำ
จ) เลือกตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการเก่าซึ่งครบกำหนดออกตามวาระ
ฉ) ตั้งผู้สอบบัญชี
ช) ปรึกษากิจการอื่นๆ
การประชุมใหญ่คราวอื่นนอกจากที่กล่าวแล้ว เรียกว่าประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อ ๕๑. คณะกรรมการจะเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อไรก็ได้สุดแต่จะเห็นสมควร
ข้อ ๕๒. การประชุมใหญ่ทุกคราว จะต้องมีผู้ถือหุ้นหรือผู้แทนผู้ถือหุ้นเข้าประชุมไม่น้อยกว่า ๕ คน และต้องมีจำนวนหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดจึงจะปรึกษา กิจการของบริษัทได้
ข้อ ๕๓. ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนหุ้นของบริษัท มีสิทธิ์ทำหนังสือร้องขอให้คณะกรรมการเรียกนัดประชุมใหญ่วิสามัญได้ ในหนังสือร้องขอต้องระบุว่าประสงค์จะเรียกประชุมเพื่อการใด
ข้อ ๕๔. เมื่อผู้ถือหุ้นได้ยื่นคำร้องขอให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญดังกล่าวในข้อ ๕๓. แล้ว ให้คณะกรรมการเรียกประชุมโดยพลัน ถ้าและคณะกรรมการไม่เรียกประชุมภายใน ๓๐ วันนับแต่วันยื่นคำร้อง ผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งเป็นผู้ร้องหรือผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ รวมกันได้จำนวนดังกล่าวแล้ว จะเรียกประชุมเองก็ได้
ข้อ ๕๕. คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ให้ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่าง น้อยหนึ่งคราวก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า ๗ วัน และส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของบริษัท ก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า ๗ วัน เว้นแต่เป็นคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ เพื่อลงมติพิเศษให้การกระทำการดังว่านั้นก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า ๑๔ วัน คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่นั้นให้ระบุสถานที่ วัน เวลา และสภาพแห่งกิจการ ที่จะได้ประชุมปรึกษากัน และในกรณีที่เป็นคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่เพื่อลงมติพิเศษ ให้ระบุข้อความที่จะนำเสนอให้ ลงมติด้วย
ข้อ ๕๖. ผู้ถือหุ้นทุกคนมีสิทธิเข้าประชุมในที่ประชุมใหญ่ได้เสมอ ไม่ว่าประชุมชนิดใดคราวใด
ข้อ ๕๗. การประชุมใหญ่เรียกนัดเวลาใด เมื่อล่วงเวลานัดไปแล้วถึงหนึ่งชั่วโมง จำนวนผู้ถือหุ้นมาเข้าประชุมยังไม่ครบถ้วนเป็นองค์ประชุมดังได้กล่าวแล้ว ถ้าหากว่าการประชุมใหญ่นั้นได้เรียกนัดเพราะผู้ถือหุ้นร้องขอ การประชุมนั้นเป็นอันเลิกกัน ถ้าการประชุมใหญ่นั้นมิใช่ชนิดซึ่งเรียกนัดเพราะผู้ถือหุ้นร้องขอ ให้เรียกนัดประชุมใหญ่อีกคราวหนึ่งภายใน ๑๔ วัน นับแต่วันนัดประชุมนั้น และการประชุมใหญ่ครั้งหลังนี้ไม่จำต้องครบองค์ประชุม
ข้อ ๕๘. ในการประชุมใหญ่ทุกคราว ให้ผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งอยู่ในที่นั้นเลือกกรรมการหรือผู้ถือหุ้นหรือผู้ รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้นคนหนึ่งซึ่งอยู่ในที่นั้นเป็นประธานในการประชุม
ข้อ ๕๙. ประธานจะเลื่อนการประชุมใหญ่ไปเวลาอื่นโดยความยินยอมของที่ประชุมก็ได้ แต่ในการประชุมที่ได้เลื่อนมานั้น จะปรึกษากิจการอื่นนอกจากที่ค้างมาแต่วันประชุมคราวก่อนไม่ได้
ข้อ ๖๐. การออกเสียงลงคะแนนให้ทำโดยวิธีนับจำนวนหุ้น ฝ่ายที่มีจำนวนหุ้นมากกว่าเป็นฝ่ายชนะ
ข้อ ๖๑. ผู้ถือหุ้นคนใดที่ค้างชำระเงินค่าหุ้นซึ่งบริษัทเรียกให้ชำระ ผู้ถือหุ้นคนนั้นไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ไม่ว่าในหุ้นของตนเองหรือในหุ้นของผู้อื่นที่ตนเป็นผู้แทนเข้ามา
ข้อ ๖๒. ผู้ถือหุ้นคนใดมีประโยชน์ส่วนได้เสียเป็นพิเศษในข้อมติอันใดที่เสนอให้ลง คะแนน ผู้ถือหุ้นคนนั้นจะออกเสียงลงคะแนนให้หุ้นของตนเองหรือให้หุ้นของผู้อื่นที่ ตนเป็นผู้แทนเข้ามาไม่ได้
ข้อ ๖๓. ผู้ถือหุ้นจะมอบฉันทะให้ผู้อื่นออกเสียงแทนตนก็ได้ แต่การมอบฉันทะต้องทำเป็นหนังสือ มีข้อความตามที่กฎหมายกำหนดไว้
ข้อ ๖๔. หนังสือมอบฉันทะต้องยื่นต่อผู้เป็นประธานบริษัทแต่เมื่อเริ่มหรือก่อนประชุม
ข้อ ๖๕. ประธานเป็นผู้แสดงว่ามติอันใดได้หรือตก ไม่ว่าโดยวิธีชูมือหรือโดยลงคะแนนลับ และถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ประธานในที่ประชุมมีสิทธิ์ลงคะแนนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ ๖๖. การใดที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำโดยมติพิเศษ ที่ประชุมใหญ่ต้องลงมติในเรื่องนั้น โดยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้น ที่มาประชุม และมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน


หมวด 8
บัญชีงบดุล



ข้อ ๖๗. คณะกรรมการจะต้องทำงบดุลแสดงจำนวนสินทรัพย์และหนี้สินกับทั้งบัญชีกำไรขาด ทุนของบริษัทปีละหนึ่งครั้ง คือเมื่อสิ้นสุดรอบสิบสองเดือนอันจัดว่าเป็นขวบปีในทางบัญชีของบริษัท
ข้อ ๖๘. งบดุลนั้นต้องให้มีผู้สอบบัญชีคนหนึ่งหรือหลายคนตรวจสอบแล้วนำเสนอเพื่อ อนุมัติในที่ประชุมใหญ่ภายในสี่เดือนนับแต่วันที่ลงในงบดุลนั้น
ข้อ ๖๙. งบดุลนั้นต้องส่งไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนบรรดาที่มีชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้นของ บริษัทก่อนวันนัดประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า ๓ วัน
ข้อ ๗๐. เมื่อสนองงบดุลต่อที่ประชุมใหญ่ คณะกรรมการต้องเสนอรายงานต่อที่ประชุมใหญ่แสดงว่าในรอบปีซึ่งพิจารณางบดุล กันอยู่นั้น การงานของบริษัทได้จัดทำไปเป็นประการใดด้วย
ข้อ ๗๑. ให้ถือเอาวันสิ้นปีงบประมาณของทางราชการเป็นวันสิ้นปีในทางบัญชีเงินของบริษัท


หมวด 9
เงินปันผลและสำรอง



ข้อ ๗๒. เงินปันผล บริษัทจะจ่ายตามส่วนของจำนวนเงินค่าหุ้นที่ผู้ถือหุ้นได้ส่งใช้ครบถ้วนแล้ว
ข้อ ๗๓. เงินปันผลจะจ่ายตามจำนวนซึ่งที่ประชุมใหญ่ได้ลงมติ แต่คณะกรรมการอาจจ่ายเงินปันผลเป็นครั้งคราวให้ผู้ถือหุ้นก็ได้ เมื่อปรากฏแก่คณะกรรมการว่าบริษัทกำไรพอจะทำเช่นนั้นได้
ข้อ ๗๔. เงินปันผลต้องจ่ายจากเงินกำไรอย่างเดียวจะจ่ายทางเงินประเภทอื่นไม่ได้ และถ้าหากบริษัทขาดทุนก็จะจ่ายเงินปันผลไม่ได้
ข้อ ๗๕. ทุกคราวที่จ่ายเงินปันผล บริษัทต้องจัดสรรเงินไว้เป็นทุนสำรองของบริษัทอย่างน้อยร้อยละ ๕ ของจำนวนผลกำไรซึ่งบริษัททำหามาได้ จนกว่าทุนสำรองจะมีจำนวนถึงร้อยละห้าสิบของจำนวนทุนของบริษัท
ข้อ ๗๖. การบอกกล่าวจะจ่ายเงินปันผล ให้บริษัทมีจดหมายบอกกล่าวไปยังผู้ถือหุ้นหรือจะส่งเงินปันผลโดยไปรษณีย์ลง ทะเบียนตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นตามจำนวนที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับก็ได้
ข้อ ๗๗. เงินปันผลที่ค้างชำระ บริษัทจะไม่คิดดอกเบี้ยให้
ข้อ ๗๘. เงินปันผลที่ไม่มีผู้รับค้างอยู่ถึงสามปีนับแต่วันบอกกล่าว บริษัทจะริบเป็นของบริษัททั้งสิ้น


หมวด 10
สมุดและบัญชี



ข้อ ๗๙. คณะกรรมการต้องจัดให้มีบัญชีซึ่งกล่าวต่อไปนี้ไว้โดยถูกต้องแท้จริง คือ
    ๑) บัญชีแสดงจำนวนเงินที่บริษัทได้รับและได้จ่าย ทั้งรายการอันเป็นเหตุให้รับหรือจ่ายทุกรายไป
    ๒) บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัท
    ๓) บัญชีอื่นๆ ตามที่กฎหมายบังคับให้มี
    ๔) บัญชีอื่นๆ ซึ่งตามธรรมเนียมการค้าขายต้องมีไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ ๘๐. คณะกรรมการต้องจัดให้มีสมุดจดหรือบันทึกรายงานการประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้น และข้อมติทั้งหลายของที่ประชุมใหญ่และของที่ประชุมคณะกรรมการไว้โดยถูกต้อง ทุกครั้ง สมุดหรือบันทึกนี้ต้องเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานของบริษัทที่ได้จดทะเบียนแล้ว ประธานแห่งการประชุมซึ่งได้ลงมติหรือซึ่งได้กำหนดการประชุมต้องลงลายมือชื่อ ไว้เป็นสำคัญ
ผู้ถือหุ้นมีสิทธิ์ที่จะขอตรวจดูสมุดหรือบันทึกดังกล่าวข้างต้นได้ในระหว่างเวลาทำการของบริษัท


หมวด 11
การสอบบัญชี



ข้อ ๘๑. บริษัทต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีของบริษัทคนหนึ่งหรือหลายคน ผู้สอบบัญชีจะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทก็ได้ แต่กรรมการหรือผู้อื่นซึ่งเป็นตัวแทนหรือเป็นลูกจ้างของบริษัทเวลาอยู่ใน ตำแหน่งนั้นๆ และผู้มีส่วนได้เสียในการงานที่บริษัททำโดยสถานอื่นอย่างหนึ่งอย่างใดจะเป็น ผู้สอบบัญชีของบริษัทไม่ได้
ข้อ ๘๒. ที่ประชุมใหญ่สามัญเป็นผู้เลือกตั้งผู้สอบบัญชีทุกๆ ปี และผู้สอบบัญชีซึ่งได้ออกจากตำแหน่งไปนั้นจะเลือกกลับเข้ารับตำแหน่งอีกก็ ได้ ที่ประชุมใหญ่สามัญเป็นผู้กำหนดค่าธรรมเนียมให้ผู้สอบบัญชี
ข้อ ๘๓. ถ้าตำแหน่งผู้สอบบัญชีว่างลงในระหว่างปี ให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกตั้งผู้สอบบัญชีเข้าแทน ตำแหน่งที่ว่างนั้น
ข้อ ๘๔. ให้ผู้สอบบัญชีเข้าตรวจสอบสรรพสมุดและบัญชีของบริษัทในเวลาทำการได้ทุกเมื่อ และให้มีอำนาจไต่ถามสอบสวนกรรมการหรือพนักงานอื่นๆ ของบริษัทที่เกี่ยวกับสรรพสมุดและบัญชีได้
ข้อ ๘๕. ผู้สอบบัญชีต้องทำรายงานว่าด้วยงบดุลและบัญชียื่นต่อที่ประชุมใหญ่สามัญ และต้องแถลงในรายงานนั้นด้วย ว่าตนเห็นว่างบดุลนั้นได้ทำโดยถูกต้องตรงต่อความเป็นจริง


หมวด 12
การเลิกบริษัท



ข้อ ๘๖. การเลิกบริษัทกระทำได้โดยมติพิเศษของที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น
ข้อ ๘๗. ในกรณีเลิกบริษัท ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นอาจแต่งตั้งบุคคลคนเดียวหรือหลายคนซึ่งเป็นกรรมการ หรือบุคคลภายนอกก็ได้ เป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัทและจะกำหนดอำนาจของผู้ชำระบัญชีไว้เพียงใดก็ได้ ตามที่เห็นสมควร
 


หมวด 13
หนังสือบอกกล่าว



ข้อ ๘๘. หนังสือบอกกล่าวใดๆ ถึงผู้ถือหุ้นถ้าได้ส่งถึงแก่ตัวผู้ถือหุ้นเองหรือส่งถึงสำนักงานที่อยู่ของ ผู้ถือหุ้นตามที่ปรากฏในทะเบียนผู้ถือหุ้นโดยคนของบริษัทนำส่งเองมีใบรับ เป็นสำคัญ หรือส่งทางไปรษณีย์สลักหลังดังที่ปรากฎในทะเบียนผู้ถือหุ้นให้ถือว่าได้ส่ง โดยชอบแล้ว
ข้อ ๘๙. หนังสือบอกกล่าวใดๆ เมื่อได้ส่งโดยไปรษณีย์สลักหลังถูกต้องแล้ว ให้ถือว่าเป็นอันได้ส่งถึงมือผู้รับในเวลาที่หนังสือนั้นควรจะไปถึงตาม กาลปกติแห่งไปรษณีย์


หมวด 14
อื่นๆ


ข้อ ๙๐. กิจการอื่นใดนอกจากที่กล่าวไว้แล้วในข้อบังคับนี้ให้ถือและทำตามประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์